NEWS


JIB News อัปเดตข่าวประจำสัปดาห์ที่ 35/2562

 

 

 

 

โน้ตบุ๊กซีพียูอินเทลรุ่น 10 นาโนเมตร ยังต้องรอต่อไป

สัปดาห์ที่ผ่านมาผู้ผลิตโน้ตบุ๊กหลายรายได้เริ่มเปิดตัวโน้ตบุ๊กที่ใช้ซีพียู คอร์ เจนฯ 10 ตาม Roadmap ของอินเทลแล้ว แต่ว่าที่เปิดตัวมาทั้งหมดนั้นล้วนเป็นซีพียูในกลุ่ม Comet Lake ที่ยังคงผลิตด้วยเทคโนโลยี 14 นาโนเมตร ทั้งสิ้นไม่ว่าจะเป็น Redmibook 14 และโน้ตบุ๊ก ThinkPad ที่เราเคยนำเสนอไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ถึงกระนั้นก็ตามมีรายงายข่าวว่า Remibook 14 รุ่นใหม่มียอดสั่งซื้อไปแล้วจำนวน 1.5 ล้านเครื่องไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ส่วนโน้ตบุ๊กที่ใช้ซีพียู Ice Lake ที่ผลิตด้วยเทคโนโลยี 10 นาโนเมตร เราอาจจะต้องรอกันไปจนถึงช่วงไตรมาสที่ 4 ของปีนี้

 

 

 

 

 

AMD เตรียมออกไบออสใหม่ เพิ่มประสิทธิภาพซีพียู Ryzen 3000 ซีรีส์ 

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา Der8auer นักทดสอบและนักวิเคราะห์ฮาร์ดแวร์ได้ทำการสอบถามผู้ใช้งานซีพียู Ryzen 3000 ว่ามีใครบ้างที่สามารถได้รับ Boost Clock ได้ถึงค่าสูงสุดตามสเปคที่เอเอ็มดีบอก เช่น Ryzen 9 3900X มี Base Clock ที่ 3.8GHz และมี Boost Clock สูงสุดที่ 4.6GHz ซึ่งผลสำรวจก็ออกมาปรากฏว่ามีเพียง 5.6% ของผู้ใช้ซีพียูรุ่นนี้เท่านั้นที่สามารถทำความเร็วได้ที่ 4.6GHz อย่างไรก็ตาม Der8auer เองก็ยอมรับว่าปัจจัยที่เขาใช้สอบถามในการสำรวจในครั้งนี้ไม่ได้สมบูรณ์แบบตามหลักวิทยาศาสตร์ แต่อย่างไรก็ตามพอมีข้อมูลแบบนี้ข่าวก็ถูกประโคมไปทั่ว และถูกบิดเบือนกลายเป็นประเด็นว่า “ซีพียู Ryzen 3000 ซีรีส์ของเอเอ็มดีไม่สามารถทำความเร็วได้เหมือนในสเปคที่บอกไว้”  (ภาพด้านล่างเป็นผลการสำรวจของผู้ใช้ซีพียู Ryzen 3000 ซีรีส์ ที่ร่วมส่งข้อมูลจำนวน 2726 ราย ตัวเลข % คือจำนวนที่สามารถทำความเร็วได้ตามสเปค)

 

 

ทั้งนี้เรื่องคุณสมบัติ Boost Clock ที่จุดสูงสุดของซีพียู Ryzen 3000 ไม่ได้ขึ้นอยู่กับตัวซีพียูเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังขึ้นอยู่กับปัจจัยอื่น ๆ อีกหลายประการ เช่นเวิร์คโหลดที่ใช้ในเวลานั้น การระบายความร้อน และการใช้พลังงาน รวมไปถึงปัจจัยอื่น ๆ อย่างเมนบอร์ดที่ใช้ก็มีคุณสมบัติในการจ่ายพลังงานที่ต่างกัน เป็นต้น

ล่าสุดทางเอเอ็มดีได้ออกมาพูดถึงประเด็นเหล่านี้แล้วว่า เอเอ็มดีได้มีการติดตามความคิดเห็นของผู้ใช้ซีพียู Ryzen 3000 ซีรีส์จากคอมมูนิตี้ต่าง ๆ และมีการรับฟังความคิดเห็นจากผู้ใช้ และตอนนี้ทางเอเอ็มดีก็กำลังอยู่ในระหว่างเตรียมการพร้อมร่วมมือกับผู้ผลิตเมนบอร์ดที่จะอัปเดตไบออสรุ่นใหม่ที่จะช่วยแก้ปัญหาต่าง ๆ ที่ได้รับแจ้งจากผู้ใช้ รวมไปถึงการเพิ่มความเร็วของ Boost Clock เพื่อให้ซีพียูสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยทางเอเอ็มดีเตรียมที่จะอัปเดตไบออสรุ่นใหม่ภายในวันที่ 10 กันยายนนี้ เป็นต้นไป

 

อินเทล และไมโครซอฟท์ร่วมมือผลักดันมาตรฐานโน้ตบุ๊กแบบสองหน้าจอ

Digitimes รายงานว่าตลาดของโน้ตบุ๊กทั่วโลกนั้นไม่ได้มีการขยายตัวมาเป็นเวลานานแล้ว เนื่องจากตัวโน้ตบุ๊กเองไม่ได้มีการพัฒนารูปแบบใหม่ ๆ ออกมาเพื่อกระตุ้นความต้องการของตลาด แม้ว่าระยะเวลาสองสามปีที่ผ่านมาผู้ผลิตโน้ตบุ๊กหลายแบรนด์เองก็พยายามนำเสนอโน้ตบุ๊กแบบสองหน้าจอ แต่ไม่ได้เป็นมาตรฐานของอุตสาหกรรม เป็นเพียงดีไซน์ที่เกิดขึ้นจากความต้องการของแบรนด์เท่านั้น ทำให้ไร้ทิศทางและที่สำคัญคือไม่มีระบบปฏิบัติการที่รองรับอย่างเต็มที่ทำให้หน้าจอที่เพิ่มขึ้นมานั้นกลายเป็นเหมือนจอภาพขนาดใหญ่ที่พกพาได้เท่านั้น ยังไม่สามารถนำมาใช้ประโยชน์อย่างจริงจังได้ ทางแหล่งข่าวที่เป็นผู้ผลิตโน้ตบุ๊กแบบ OEM ยังได้รายงานเพิ่มเติมว่าตอนนี้ทางอินเทลและไมโครซอฟท์กำลังร่วมมือกันเพื่อพัฒนาโน้ตบุ๊กในรูปแบบใหม่ที่เป็นสองหน้าจอที่สามารถพับได้ และกำลังกำหนดมาตรฐานใหม่บางอย่างขึ้นมาเพื่อให้ผู้ผลิตโน้ตบุ๊กต่าง ๆ นำไปใช้เพื่อให้เป็นมาตรฐานเดียวกันของอุตสาหกรรม และตัวระบบปฏิบัติการเองก็จะถูกออกแบบมาเพื่อให้รองรับกับการทำงานของโน้ตบุ๊กแบบสองหน้าจอโดยเฉพาะ ซึ่งจะทำให้ผู้ใช้สามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มที่ ส่วนจะมีการเปิดตัวเมื่อไรนั้นยังไม่มีข้อมูล (เป็นไปได้อย่างเร็วคือต้นปี 2020 ในงาน CES หรือไม่ก็เป็น COMPUTEX 2020 ในกลางปีหน้า)

 

หัวเว่ยพร้อมที่จะเปลี่ยนมาใช้ซีพียูสถาปัตยกรรม RISC-V แทนสถาปัตยกรรม Arm

สงครามการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐฯ ยังคงดำเนินต่อและพลิกไปพลิกมาอยู่ตลอดเวลา ล่าสุดหัวเว่ยผู้ผลิตสมาร์ทโฟนรายใหญ่ก็เปิดเผยว่าในอนาคตหากไม่สามารถใช้สิทธิบัตรการผลิตซีพียูสำหรับสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตด้วยสถาปัตยกรรม Arm ต่อไปได้ ทางหัวเว่ยก็พร้อมที่จะรับซีพียูสถาปัตยกรรมเปิดอย่าง RISC-V มาใช้งาน และทางหัวเว่ยเองก็เป็นสมาชิกของกลุ่ม RISC-V มาตั้งแต่ต้นอยู่แล้ว โดยซีพียูสถาปัตยกรรม RISC-V นั้น กำลังได้รับความนิยมสูงขึ้นเรื่อย เพราะเป็นสถาปัตยกรรมเปิดแบบโอเพ่นซอร์สที่ทุกคนสามารถนำไปใช้งานและพัฒนาต่อได้ตามเงื่อนไขที่กำหนด และทางชุมชน RISC-V เองก็ออกมายืนยันถึงเรื่องความเป็นอิสระและยืนยันตามเจตนารมณ์เดิมที่จะใช้สถาปัตยกรรม RISC-V นี้เป็นระบบเปิดอย่างแท้จริงโดยไม่มีเรื่องของการเมืองใด ๆ เข้ามาเกี่ยวข้อง สมาชิกของชุมชน RISC-V นอกจากหัวเว่ยแล้วก็ยังมีบริษัทอื่น ๆ ที่เราคุ้ยเคยกันเป็นอย่างดีเข้าร่วมในชุมชนนี้ด้วย เช่น NVIDIA, Qualcomm, WD, IBM, Alibaba, Micron, AMD, Samsung, Seagate, Infinion, SK Hynix, Sony, TSMC และอื่น ๆ มากมายรวมไปถึงกลุ่มมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีทั่วโลกที่มาช่วยกันพัฒนาเรื่องมาตรฐานและชุดคำสั่งต่าง ๆ ดังนั้นจึงเป็นเรื่องยากที่จะถูกควบคุมโดยการเมือง ที่สำคัญคือตอนนี้สถาปัตยกรรม RISC-V กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วและคาดว่าจะเป็นคู่แข่งรายสำคัญกับสถาปัตยกรรม Arm อีกด้วย

 

USB-IF ประกาศรับรองมาตรฐาน USB4 อย่างเป็นทางการ 

USB-IF (USB Implementers Forum) ซึ่งเป็นองค์ที่ควบคุมและกำกับดูแลมาตรฐาน USB ได้ประกาศรองรับมาตรฐาน USB4 อย่างเป็นทางการแล้ว หลังจากมีการนำเสนอมาตรฐานนี้ไปเมื่อช่วงเดือนมีนาคม 2019 ที่ผ่านมา โดยมาตรฐานใหม่นี้ยังมีความเข้ากันได้กับสถาปัตยกรรม USB 3.2 และ USB 2.0 รวมถึงเข้ากันได้กับ Thunderbolt 3 เนื่องจาก USB4 นั้นถูกพัฒนาขึ้นมาโดยใช้พื้นฐานจากโปรโตคอลของ Thunderbolt ของทางอินเทล ซึ่งตอนนี้ได้มอบสิทธิในการดูแลให้กับทาง USB Promoter Group เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และการที่ USB4 ทำงานอยู่บนพื้นฐานของ Thunderbolt นั้นทำให้มีความเร็วในการรับส่งข้อมูลเพิ่มขึ้นอย่างมาก ทำให้สามารถใช้พอร์ต USB4 ในการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็วสามารถส่งทั้งข้อมูลและสัญญาณภาพและเสียงไปพร้อม ๆ กันด้วยการเชื่อมต่อด้วยสายสัญญาณเพียงเส้นเดียว เพิ่มความสะดวกในการทำงานต่อผู้ใช้อย่างมาก เพราะมีแบนด์วิดธ์ในการรับส่งข้อมูลสูงถึง 40Gbps ส่วนรายละเอียดและคุณสมบัติอื่น ๆ ทั้งหมดทาง USB-IF จะเปิดเผยในงาน USB Developer Day 2019 ซึ่งทาง JIB News จะติดตามมารายงานให้ทราบอีกครั้ง

 

Yangtze ผู้ผลิตหน่วยความจำ NAND Flash ของจีนเริ่มใช้เทคโนโลยีแบบ 64 เลเยอร์แล้ว

Yangtze Memory Technologies (YMTC) ประกาศความสำเร็จและเริ่มผลิต NAND Flash ด้วยเทคโนโลยี 64 เลเยอร์ ในแบบแมสโปรดักส์แล้ว NAND Flash นั้นคือหน่วยความจำที่เรานำมาใช้ทำแฟลชไดร์ฟและ SSD นั่นเอง และการผลิต NAND Flash ด้วยเทคโนโลยีแบบ 64 เลเยอร์นั้น เป็นเรื่องธรรมดามาก เพราะผู้ผลิตระดับโลกได้เริ่มเข้าสู่การผลิตแบบ 96 เลเยอร์ และ 128 เลเยอร์ กันบ้างแล้ว แต่ทำไมการผลิต NAND Flash แบบ 64 เลเยอร์ จึงต้องเป็นข่าวด้วย ประเด็นหลัก ๆ ของเรื่องนี้ก็คือหลังจากการเกิดสงครามการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐฯ ทางจีนเองก็ได้เร่งการพัฒนากระบวนการผลิตเทคโนโลยีต่าง ๆ ภายในประเทศให้เร็วขึ้น และก่อนหน้านี้ประมาณสองสามสัปดาห์เราก็คงจะได้ยินข่าวทั้งซีพียูของจีนและกราฟิกการ์ดของจีนออกมาบ้าง ประสิทธิภาพยังคงไม่สามารถสู้กับแบรนด์ระดับโลกอย่าง Intel, AMD และ NVIDA ได้ แต่การเคลื่อนไหวครั้งนี้ก็ถือเป็นสิ่งสำคัญที่แสดงให้เห็นว่าจีนมีความพร้อมในทุก ๆ ด้านจริง ๆ แม้ว่าจะไม่ได้เป็นเทคโนโลยีใหม่สุด หรือทันสมัยที่สุด แต่มันก็แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการพึ่งพาตนเองได้เป็นอย่างดี