NEWS


ต้องอัปเกรดสเปคพีซีไหม เมื่อสามเกมดังกำลังจะมา Borderlands 3, Gears 5 และ Ghost Recon Breakpoint

 

 

 

 

ในเดือนกันยายนนี้จะมีเกมดัง ๆ ที่แฟนรอคอยออกมาสองเกมด้วยกันคือ Borderlands 3 และ Gears 5 ส่วนเกม Ghost Recon Breakpoint ที่มีซับไตเติลเป็นภาษาไทยด้วยนั้นก็จะมาในเดือนตุลาคมนี้ ก็ถือว่าไม่นานเกินรอครับ และเกมทั้งสามนี้ก็สามารถสั่งซื้อล่วงหน้าได้แล้วถ้าใครต้องการ

Borderlands 3 เป็นเกมแนว Action RPG ผสมกับเกมแนว Shooting ที่ใช้เครื่องมือในการพัฒนาคือ Unreal Engine 4 และเกมนี้ก็มีสปอนเซอร์ระหว่างการพัฒนาก็คือเอเอ็มดีครับ ดังนั้นเราน่าจะได้เห็นประสิทธิภาพอันโดนเด่นของเกมนี้กับฮาร์ดแวร์ของทางฝั่งเอเอ็มดีมากเป็นพิเศษ โดยเฉพาะกราฟิกการ์ดในตระกูล RX 5700 ซีรี่ส์ ซึ่งแน่นอนว่าเกมนี้ก็รองรับเทคโนโลยีใหม่อย่าง Fidelity FX และ FreeSync 2 HDR ของเอเอ็มดีด้วย ส่วนผู้ใช้การ์ดจอของเอ็นวิเดียก็ไม่ต้องน้อยใจข่าวในช่วงพัฒนาบอกว่ารองรับ DirectX Raytracing (DXR) ด้วย เพียงแต่อาจจะต้องรอให้ตัวเกมปล่อยออกมาสักระยะก่อนจึงจะมีการอัปเดตคุณสมบัตินี้ตามออกมาในภายหลัง อันนี้ก็เข้าใจได้ว่าต้องให้เกียรติสปอนเซอร์หลักอย่างเอเอ็มดีก่อน

 

 

 

 

เมื่อดูจากสเปคที่ผู้พัฒนาแจ้งมาเราก็จะเห็นได้ว่า Borderlands 3 ไม่ได้ต้องการพลังการประมวลผลจากซีพียูมากนัก เพราะเราสามารถเล่นได้กับซีพียู Core i5 เจนฯ 3 ของอินเทลซึ่งเป็นซีพียูแบบ 4 คอร์ ทั่วไป ส่วนฝั่งเอเอ็มดีก็ต้องเป็นระดับ FX-8350 ซึ่งก็เป็นซีพียูที่ออกมานานหลายปีแล้ว ส่วนสเปคแนะนำซีพียูก็จะเป็น Core i7-4770 ที่เป็นซีพียูแบบ 4 คอร์ 8 เธรด และ Ryzen 5 2600 ซีพียู 6 คอร์ 12 เธรด ถ้ามองในภาพรวมก็เอาเป็นว่าซีพียูในระดับ 4 คอร์ หรือ 4 คอร์ 8 เธรด ก็เพียงพอสำหรับเกมนี้ ส่วนการ์ดจอ GTX 1050 Ti ก็ยังพอไหวสำหรับสเปคเริ่มต้นหรือการ์ดจออื่นที่ให้ประสิทธิภาพพอ ๆ กัน แต่ขอให้มี VRAM 2GB ขึ้นไป สำหรับการ์ดจอแนะนำก็เป็นระดับ GTX 1060 6GB หรือเป็น RX 570 รุ่น 4GB หรือ 8GB ขึ้นไปก็จะดี (สำหรับการเล่นเกม 1080p) ส่วนหน่วยความจำของระบบขั้นต่ำเราแนะนำ 8GB ซึ่งเราคิดว่าก็เป็นมาตรฐานของพีซีในยุคนี้แล้วครับ

เกม Borderlands 3 จะเริ่มวางจำหน่ายในวันศุกร์ที่ 13 กันยายน (ตามเวลาในสหรัฐฯ) และจะจำหน่ายเฉพาะ Epic Store ก่อนเป็นเวลา 6 เดือน หลังกจากนั้นจึงจะมีจำหน่ายในช่องทางอื่น ๆ 

Gears 5 ซึ่งเป็นเกมในแฟรนไชส์ Gears of War อันโด่งดังนั่นเอง สำหรับชื่อชั้นของเกมนี้คงไม่ต้องอธิบายอะไรกันมากเพราะสนุกทั้งการเล่นแบบเนื้อเรื่องและการเล่นในแบบ CO-OP กับเพื่อน ๆ เกมนี้ 

 

 

 

 

 

 

การจัดสเปคของ Gears 5 นั้นดูเหมือนว่าจะแบ่งค่ายมาให้เรียบร้อยคือจับคู่กันระหว่างซีพียูเอเอ็มดีกับการ์ดจอของเอเอ็มดี และจับคู่ซีพียูอินเทลกับการ์ดจอของเอ็นวิเดีย ซึ่งจริง ๆ มันไม่เกี่ยวเลยครับ ไม่ว่าจะใช้ซีพียูอินเทลหรือเอเอ็มดีก็ติดตั้งการ์ดจอได้ทุกค่ายครับ และในทางกลับกันถ้าคุณมีการ์ดจอค่ายไหนก็สามารถใช้ซีพียูได้ทั้งอินเทลและเอเอ็มดีเช่นกัน ไม่ต้องกังวล

สเปคเริ่มต้นของเกม Gears 5 นั้นถือว่าไม่สูงครับซีพียูรุ่นเล็กอย่าง Core i3 รุ่นเก่าที่เป็นแบบ 2 คอร์ 4 เธรด ก็ยังเล่นได้ แม้แต่สเปคระดับกลางก็ยังใช้แค่ซีพียูแบบ 4 คอร์ ธรรมดาเท่านั้น เกมนี้เห็นได้ชัดว่าทางผู้พัฒนาโฟกัสไปที่พลังของการ์ดจอเป็นหลัก เพราะการ์ดจอเริ่มต้นก็แนะนำที่ระดับ GTX 1050 หรือการ์ดจออื่น ๆ ที่ให้ประสิทธิภาพใกล้เคียงและมี VRAM 2GB ขึ้นไป แต่พอมาเป็นสเปคระดับกลางก็แนะนำทั้ง RX 570, RX 5700, GTX 970 และ GTX 1660 Ti ที่มี VRAM 4GB ขึ้นไป แต่ที่น่าตกใจจริง ๆ ก็คือ Ideal Spec หรือสเปคในฝันที่ผู้พัฒนาอยากให้เราใช้ก็คืออยากให้เราใช้ SSD และมีพื้นที่ว่าง ๆ ถึง 100GB สำหรับติดตั้งเกม (เข้าใจว่าเป็น 80GB สำหรับไฟล์เกมและ 20GB ว่าง ๆ สำหรับ HD Texture คือถ้าต้องการภาพสวยสุดก็ต้องเสียพื้นที่อีก 20GB สำหรับไฟล์ Texture ขนาดใหญ่ และแน่นอนว่าต้องใช้การ์ดจอที่แรงขึ้น)

 

 

สำหรับเกม Gears 5 ก็พอสรุปได้ว่าถ้ามีซีพียู 4 คอร์ แล้วก็ให้มาโฟกัสไปกี่การ์ดจอกับการใช้ SSD ที่มีพื้นที่ว่างมากพอเพื่อประสบการณ์ในการเล่นที่ดีครับ Gears 5 วางจำหน่ายและสั่งซื้อได้ล่วงหน้าแล้ว Steam Store

Tom Clancy's Ghost Recon Breakpoint เกมในตระกูล Ghost Recon นั้นเป็นหนึ่งในเกมที่ให้ภาพที่สวยงามมาตลอด ซึ่งเป็นเกมที่เรียกใช้ความสามารถของฮาร์ดแวร์ในระดับสูง ๆ ได้ดี แต่ในขณะเดียวกันคนที่มีฮาร์ดแวร์ในระดับกลาง ๆ ก็ยังคงได้ภาพที่สวยงามอยู่ดี (หากไม่จับผิดกันจนเกินไป) 

 

 

 

 

สำหรับสเปคของเกม Ghost Recon Breakpoint จะว่าไปก็ต้องการฮาร์ดแวร์ที่ค่อนข้างใหม่พอสมควรหากเทียบกับสองเกมก่อนหน้าที่เราพูดถึงไป ซีพียูในระดับเริ่มต้นที่ต้องการคือซีพียูแบบ 4 คอร์ และขอเป็น Ryzen 3 1200 กับ Core i5-4440 ส่วนสเปคแนะนำก็เป็นซีพียู Ryzen 5 1600 (6C/12T) กับ Core i7-4700 (4C/8T) ซึ่งตามสไตล์ของเกมค่ายนี้แม้ว่าต้องการซีพียูแบบหลายคอร์หลายเธรด แต่ก็ไม่ได้ต้องการความเร็วของซีพียูมากนัก แต่จะเน้นไปในการกระจายงานเพื่อช่วยประมวลผลกันมากกว่า และแน่นอนว่าหากต้องการเล่นให้ได้ภาพที่สวยงามและความละเอียดที่สูงขึ้นก็ต้องการซีพียูที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้นด้วยเช่นกัน 

ทางด้านการ์ดอย่างที่บอกไปว่าเกมค่ายนี้แม้ปรับภาพรายละเอียดต่ำก็ยังได้ภาพที่ดี แต่ถึงกระนั้นก็ยังคงต้องการการ์ดจอที่มี VRAM ระดับ 4GB เช่น GTX 960 ขึ้นไป หรือถ้าใหม่ขึ้นมาหน่อยก็เป็น GTX 1050 Ti 4GB นั่นเอง ส่วนทางฝั่งเอเอ็มดีก็ต้องการโหดพอสมควรคือ R9 280X และขยับมาเป็น RX 480 ซึ่งจริง ๆ ถ้าใครมี RX 480 หรือ RX 570 4GB ก็ยังพอไหวสำหรับการเล่นที่ 1080p ในระดับภาพกลาง ๆ แต่ถ้าต้องการภาพในระดับ Ultra ที่ 1080p ก็ต้องเพิ่มความแรงมาเป็น GTX 1080 หรือ RX 5700 XT กันเลยทีเดียว

 

 

 

 

ในภาพรวมของเกมนี้แม้จะเริ่มต้นด้วยซีพียูที่สเปคไม่สูง แต่ก็ต้องการซีพียูรุ่นใหม่ที่มีความทันสมัย แต่ก็ไม่ได้ใหม่จนเกินไปเพราะอายุของ Ryzen 3 1200 นั้นก็สามปีแล้ว ส่วน Core i5-4440 ก็ย้อนไปถึงปลายปี 2013 ด้วยซ้ำไป ดังนั้นน้ำหนักในการเล่นเกมนี้ก็จะมาตกอยู่ที่การ์ดจอเป็นส่วนสำคัญครับ Tom Clancy's Ghost Recon Breakpoint ที่มาพร้อมกับซับไตเติลภาษาไทยจะเริ่มวางจำหน่ายในวันที่ 4 ตุลาคม ผ่านทาง UPLAY Store

อัปเกรดอะไรก่อนดี

ในภาพรวมของสเปคที่เกมทั้งสามต้องการนั้นก็ถือว่าไม่ได้สูงมากนักสำหรับการเล่นเกมในระดับ 1080p ด้วยรายละเอียดระดับกลาง ซีพียูในระดับ 4 คอร์ นั้นก็ยังสามารถรับมือกับเกมใหม่เหล่านี้ได้ แต่ที่หนักจริง ๆ ก็น่าจะเป็นส่วนของการ์ดจอมากกว่าครับ เพราะเท่าที่ดูถ้าต้องการเล่นเกมแบบลื่น ๆ กับภาพระดับกลางที่ความละเอียด 1080p ก็ต้องเป็น GTX 1060 6GB / GTX 970 หรือ RX 570 (RX 470) ขึ้นไปครับ ถ้าต่ำกว่านี้ก็เล่นได้ครับแต่ก็คงจะต้องลดรายละเอียดและความละเอียดลงมาบ้าง สำหรับความเห็นของเราถ้ามีงบประมาณจำกัดในการอัปเกรดถ้าจะเลือกระหว่างซีพียูกับการ์ดจอเราก็ขอเน้นไปที่การ์ดจอก่อนครับ และถ้ามีงบจำกัดจริง ๆ และต้องการการ์ดจอที่มีประสิทธิภาพดีในราคาไม่เกิน 4000 บาท ก็ต้องเป็นกลุ่ม RX 570 4GB ครับ ถือว่าคุ้มค่าสุดในเวลานี้ แต่ถ้าใครมีงบเพิ่มมาอีกหน่อยก็ขยับไปเล่น GTX 1660 ของทางค่ายเอ็นวิเดีย 

ส่วนหน่วยความจำหลักของเครื่องหรือแรม ขั้นต่ำก็ต้องเป็น 8GB ครับ และแน่นอนว่าแนะนำให้ใช้งานร่วมกับ SSD เพราะเกมเหล่านี้ที่มีฉากที่ค่อนข้างใหญ่ จำเป็นที่จะต้องสร้างไฟล์ชั่วคราวระหว่างการเล่นที่ใหญ่ด้วยเช่นกัน และถ้าเรามีแรมน้อยพื้นที่ว่าง ๆ สำหรับสร้างไฟล์ชั่วคราวในระหว่างการใช้งานก็มีความจำเป็นมากขึ้นตามไปด้วย ส่วนใครที่วางแผนจะอัปเกรดหน่วยความจำมาเป็น 16GB อยู่แล้วตอนนี้ก็ถือว่าเป็นช่วงเวลาที่ดีมาก เพราะมีการลดราคาลงมาเยอะมาก

ที่มองข้ามไม่ได้เลยนั่นก็คือพื้นที่ว่าง ๆ สำหรับติดตั้งเกมครับ เช่นเกม Borderlands 3 และ Gears 5 นั้นต้องการพื้นที่ติดตั้งเกมราว ๆ 80GB กันเลยทีเดียว ส่วน Ghost Recon Breakpoint แม้จะยังไม่แจ้งขนาดพื้นที่มากแต่เราก็คิดว่าเกมใหม่ ๆ ก็ไม่น่าจะใช้พื้นที่ต่ำกว่า 60GB อย่างแน่นอน ดังนั้นใครที่ใช้ SSD ที่มีความจุน้อย ๆ อย่าง 120GB - 250GB เราก็คิดว่าได้เวลาอัปเกรดเป็นความจุในระดับ 480GB+ ขึ้นไปได้แล้วครับ เพราะว่าตอนนี้ราคาของ SSD ทั้งแบบ M.2 SATA, M.2 NVMe และแบบ SATA ก็ลดราคาลงมาเยอะมากมีหลายแบรนด์ออกมาแข่งกันก็ถือว่าเป็นช่วงเวลาที่ดีในการอัปเกรดความจุเพิ่มเติม

นอกจากฮาร์ดแวร์หลัก ๆ อย่างซีพียูและการ์ดจอแล้ว สำหรับคนที่ต้องการเสพบรรยากาศของเกมที่เหมือนนำตัวเราเข้าไปอยู่ในภาพยนตร์ก็สามารถใช้จอภาพที่เป็นจอกว้างแบบ 21:9 เช่นจอที่มีความละเอียด 3440×1440 ซึ่งเป็นความละเอียดของภาพที่ไม่หนักจนเกินไปเพราะจริง ๆ มันคือความละเอียดในแบบ WQHD หรือจะเรียกแบบบ้าน ๆ กว่า 2K แบบจอกว้างก็ได้ ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจครับ