NEWS


JIB News สรุปข่าวเด่นประจำสัปดาห์ที่ 47/2562

 

 

 

ซีพียู Threadripper 3000 ซีรีส์ และ Athlon 3000G วางจำหน่ายอย่างเป็นทางการแล้ว

 

 

เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน ที่ผ่านมาเอเอ็มดีได้ประกาศวางจำหน่ายซีพียู Ryzen Threadripper 3960X และ 3970X รวมถึง Athlon 3000G อย่างเป็นทางการแล้วทั่วโลกรวมทั้งในประเทศไทยด้วย โดย Threadripper 3960X (24C/48T) วางจำหน่ายในราคา 49,990 บาท Threadripper 3970X (32C/64T) วางจำหน่ายในราคา 69,990 บาท ซีพียู Threadripper ทั้งสองรุ่นที่วางจำหน่ายนี้ก็จะเหมาะกับงานในระดับมืออาชีพ หรือผู้ที่ต้องการซีพียูประสิทธิภาพสูงสำหรับการทำงานหลายอย่างพร้อม ๆ กัน ส่วนซีพียู Athlon 3000G วางจำหน่ายในราคา 1,790 บาท ถือว่าราคานั้นถูกมาก ๆ และเหมาะสำหรับผู้ที่จะประกอบพีซีเพื่อไปใช้งานพื้นฐานทั่วไป โดยไม่ต้องซื้อการ์ดจอแยก เพราะภายใน Athlon 3000G มาพร้อมกับกราฟิก Vega 3 ในตัว สำหรับใครที่สนใจซีพียูทั้งสามรุ่นนี้ก็สามารถหาซื้อได้แล้วที่ JIB Online ครับ

ตรวจสอบราคาและสั่งซื้อ Threadripper 3000 ซีรีส์ 
ตรวจสอบราคาและสั่งซื้อ Athlon 3000G

 

Intel จับมือ MediaTek นำเทคโนโลยี 5G มาสู่ตลาดพีซี

 

 

หลังจากอินเทลได้ประกาศยุติการทำตลาด 5G บนอุปกรณ์อย่างสมาร์ทโฟนไปแล้ว และได้ขายธุรกิจนี้ออกไปแล้วเมื่อกลางปีที่ผ่านมา แต่อินเทลเองก็ยังมีเป้าหมายในการนำ 5G ไปใช้กับอุปกรณ์อื่น ๆ ที่ตนเองมีตลาดอยู่ไม่ว่าจะเป็น IoT, รถยนต์ไร้คนขับ รวมไปถึงตลาดพีซีที่เราใช้งานกันอยู่ในทุกวันนี้ด้วย (ทั้งพีซีและโน้ตบุ๊ก) ล่าสุดอินเทลก็ได้ประกาศเป็นพาร์ทเนอร์กัน MediaTek ในการนำโมเด็ม 5G มาเป็นส่วนหนึ่งในแพลตฟอร์มของอินเทลด้วย โดยอินเทลจะทำหน้าที่ในการวางมาตรฐานและกำหนดคุณสมบัติในการทำงาน ส่วนทาง MediaTek ก็จะรับหน้าที่ในการวิจัยพัฒนาและทำการผลิตเพื่อนำมาใช้งานร่วมกับแพลตฟอร์มของอินเทล คาดว่าผลิตภัณฑ์โมเด็ม 5G ของ MediaTek จะเริ่มส่งมอบและถูกนำไปใช้ในโน้ตบุ๊กได้ในราว ๆ ต้นปี 2564

 

NVIDIA แย่งส่วนการ์ดจอกลับมาจาก AMD ได้ 5% และกินส่วนแบ่งตลาดการ์ดจอแยกไปถึง 72.92% ในไตรมาสที่ผ่านมา

 

JPR ได้รายงานว่าตลาดการ์ดจอแบบแยก (รวมเดสก์ท็อป/โน้ตบุ๊ก/เวิร์คสเตชัน/เซิร์ฟเวอร์) แม้จะมีคู่แข่งอยู่เพียงสองรายแต่ก็เป็นการแข่งขันที่ค่อนข้างจะดุเดือน ในไตรมาสที่ 2 ทาง AMD มีส่วนแบ่งทางการตลาดอยู่ 32.08% NVIDIA มีอยู่ 67.92% แม้ว่าในช่วงที่ผ่านมา AMD จะปล่อยการ์ดจอรุ่นสำคัญอย่าง Radeon RX 5700 ซีรีส์ออกมาแล้วก็ตาม แต่ว่าก็ยังไม่เพียงพอที่จะรักษาส่วนแบ่งตลาดในระดับเดิมเอาไว้ได้ ตลาดการ์ดจอแยกในปีที่ผ่านมามีมูลค่าโดยรวมสูงถึง 15,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ทาง JPR ยังรายงานเพิ่มอีกว่าในไตรมาสที่ผ่านมาตลาดการ์ดจอแยกของโน้ตบุ๊กเติบโตเพิ่มขึ้นถึง 6% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีที่แล้ว และในตลาดเดสก์ท็อปพบว่าลดลงไปถึง 15.9% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว 

 

RISC-V Foundation มีแผนย้ายสำนักงานใหญ่จากสหรัฐฯ ไปสวิตเซอร์แลนด์ เลี่ยงปัญหาสงครามการค้า

 

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า RISC-V Foundation กลุ่มผู้พัฒนาสถาปัตยกรรมซีพียูในระบบเปิด ซึ่งมีบริษัทมากมายทั่วโลกมาร่วมสนับสนุนการพัฒนาสถาปัตยกรรมนี้รวมทั้งบริษัทของสหรัฐฯ และบริษัทของจีนด้วย และเพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้เรื่องความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่หลาย ๆ บริษัทได้ร่วมมือกันพัฒนามาตั้งแต่แรกต้องสะดุดหรือติดขัดเพราะปัญหาเรื่องการเมือง และเรื่องสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน รวมถึงประเด็นอื่น ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต ทาง RISC-V Foundation จึงเตรียที่จะย้ายสำนักงานใหญ่และไปจดทะเบียนบริษัทหรือองค์กรของสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งถือว่าเป็นประเทศที่วางตัวเป็นกลางมาตลอดในเรื่องการเมืองระหว่างประเทศ ปัจจุบันสถาปัตยกรรมซีพียูของ RISC-V กำลังเติบโตและได้รับความนิยมขึ้นเรื่อย ๆ และหลายฝ่ายมองอีกด้วยว่าน่าจะกลายมาเป็นคู่แข่งที่สำคัญของสถาปัตยกรรม Arm ที่เราใช้อยู่ในสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตในทุกวันนี้

 

 

 

 

จอภาพ G-Sync ของ NVIDIA กำลังจะรองรับ HDMI 2.1 ซึ่งจะทำให้ผู้ที่ใช้การ์ดจอของ AMD และเครื่องเล่นเกมคอนโซลสามารถบนจอ G-Sync ได้

 

PCGamesN รายงานว่า NVIDIA กำลังจะอัปเดตโมดู G-Sync ให้รองรับสัญญาภาพจากมาตรฐาน HDMI 2.1 ที่มาพร้อมกับคุณสมบัติ VRR (Variable Refresh Rate) ซึ่งก็คือการปรับอัตรารีเฟรชเรตของจอภาพให้เท่ากับอัตราเฟรมเรตที่ส่งมา ซึ่งหมายถึงการ์ดจอหรืออุปกรณ์ใด ๆ ที่มีรองรับมาตรฐาน HDMI 2.1 ก็สามารถที่จะทำงานร่วมกับจอภาพ G-Sync ได้ ซึ่งตามปกติแล้วการใช้งานคุณสมบัติ G-Sync นั้นจะถูกสงวนไว้สำหรับผู้ใช้การ์ดจอของ NVIDIA เท่านั้น อย่างไรก็ตามการเปิดเพื่อรองรับ VRR ในครั้งนี้เราคิดว่า NVIDIA เองก็คงจะเปิดให้ใช้คุณสมบัติได้เป็นเพียงบางส่วนเท่านั้น เพราะถ้าเราไปดูรายละเอียดของ G-Sync เราก็จะพบว่า NVIDIA ได้ยกระดับของ G-Sync ขึ้นไปเป็น G-Sync Ultimate แล้วซึ่งมีคุณสมบัติสูงกว่าคือรองรับ HDR1000nit งานนี้ก็ต้องรอดูต่อไปว่า NVIDIA จะเปิดและรองรับ HDMI 2.1 จากอุปกรณ์อื่น ๆ ที่ไม่ใช่การ์ดจอของตัวเองได้มากน้อยขนาดไหน

 

 

 

 

ไมโครซอฟท์กำลังปรับปรุง Windows 10 Arm ให้มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น และนี่อาจจะส่งกระทบต่อตลาดโน้ตบุ๊กของซีพียูอินเทลและเอเอ็มดี

 

AIDA64 ผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ตรวจสอบและทดสอบประสิทธิภาพฮาร์ดแวร์ได้รายงานและแสดงให้เห็นถึงผลการทดสอบของ Windows 10 Arm หรือ Windows ที่ทำงานบนซีพียูสถาปัตยกรรม Arm ว่ามีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นอย่างมากเป็นเท่าตัวบนฮาร์ดแวร์ตัวเดิม ทาง AIDA64 ได้แสดงผลการทดสอบโดยใช้โน้ตบุ๊ก Lenovo Miix 630 ที่ใช้ซีพียู Snapdragon 835 โดยติดตั้ง Windows 10 Arm ที่สามารถจำลองชุดคำสั่งของซีพียู x86 ในการทำงานได้ และเมื่อดูผลทดสอบก็จะเห็นได้ว่ามีประสิทธิภาพในการทำงานเพิ่มขึ้นตั้งแต่ 1.1เท่า ไปจนถึง 11.6 เท่าเลยทีเดียว และชุดคำสั่งพวกนี้ก็ถูกประมวลผลโดยตรงผ่านทางซีพียู Snapdragon 835 และนี่ถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญและน่ากังวลพอสมควรสำหรับอนาคตของซีพียู x86 ทั้ง AMD และ Intel โดยเฉพาะในตลาดโน้ตบุ๊กที่เน้นการประหยัดพลังงานที่กำลังจะถูกท้าทายจากซีพียูสถาปัตยกรรม Arm