NEWS


JIB News สรุปข่าวเด่นประจำสัปดาห์ที่ 50/2562

 

 

 

ราคาแรมถึงจุดต่ำสุด ต้นปีหน้าราคาเริ่มดีดกลับ

 

 

 

JIB News เคยรายงานข่าวไปเมื่อสองสามสัปดาห์ก่อนแล้วว่าราคาของแรมอาจจะเพิ่มสูงขึ้นในปี 2020 และล่าสุดตอนนี้ทาง DRAMeXchange ก็มีรายงานออกมาเพิ่มเติมว่าตอนนี้ราคาของแรมได้ลงมาถึงจุดต่ำสุดแล้ว และความต้องการของแรมในเวลานี้ก็มีแนวโน้มที่เพิ่มขึ้นโดยเฉพาะตลาดของเซิร์ฟเวอร์ที่มีการเติบโตเพิ่มขึ้น ทำให้ราคาของแรมในไตรมาสแรกของปี 2020 มีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้น แต่ก็ยังไม่ได้เพิ่มขึ้นมากนัก คาดว่าราคายังคงใกล้เคียงกับตลาดในช่วงเวลานี้ นอกจากนี้ในตลาดการ์ดจอเองก็กำลังอยู่ในช่วงที่เปลี่ยนผ่านจากหน่วยความจำ GDDR5 มาเป็น GDDR6 เพิ่มขึ้น ก็คาดว่าจะทำให้มีการดึงกำลังการผลิตมาเพื่อใช้ในส่วนนี้มากขึ้นเช่นกัน สำหรับในส่วนของผู้ใช้ทั่วไปคาดว่าน่าจะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงราคาก็น่าจะอยู่ในช่วงของ Q2/2020 เป็นต้นไป (ข้อมูล dramexchance.com)

 

 

ผู้ใช้ Windows ยังคงเป็นเป้าหมายใหญ่ของการโจมตีของมัลแวร์ที่สูงถึง 60.7% เมื่อเทียบกับแพลตฟอร์มอื่น

 

 

 

Devcon รายงานอุปกรณ์ที่ใช้ระบบ Windows เป็นเป้าหมายใหญ่สุดในการโจมตีด้วย “malvertising campaigns” หรือจะเรียกง่าย ๆ ว่าเป็นพวกโฆษณาหลอกลวงต่าง ๆ ก็ได้ โดยรายงานในช่วงเดือน กรกฎาคมจนถึงเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมาพบว่า 60.7% หรือประมาณ 61% ของมัลแวร์มุ่งโจมตีผู้ใช้งาน Windows เป็นหลัก เพื่อดึงดูดให้ผู้ใช้่งานหลงเชื่อและคลิกเข้าไปและนำไปสู่เว็บไซต์ที่มีอันตราย และที่ผ่านมาก็ผบอีกว่ามัลแวร์จำนวนถึง 22.5% ก็เลือกเป้าหมายไปยังผู้ที่ใช้ ChromeOS ซึ่งเป็นอัตราที่สูงขึ้นอย่างน่าตกใจ ประเด็นแรกพอเข้าใจได้ว่า Windows มีส่วนแบงตลาดสูงสุดจึงทำให้กลายเป็นกลุ่มเป้าหมายใหญ่ แต่ตัวเลขของการมุ่งเป้าหมายมาที่ ChromeOS สูงกว่า macOS, iOS หรือแม้กระทั่ง Android ที่มีผู้ใช้งานเป็นจำนวนมากเสียอีก สวนการป้องกันก็ไม่ไรมากไปกว่าการอัปเดตข้อมูลของโปรแกรมป้องกันไวรัส อัปเดตเว็บเบราเซอร์ที่ใช้ รวมไปถึงให้ระมัดระวังและอ่านข้อความให้ละเอียดก่อนที่่จะคลิกลิงก์โฆษณาใด ๆ (devcondetect.com/)

 

ไมโครซอฟต์เตรียมปล่อย Edge รุ่นใหม่สำหรับ Windows 10 ในวันที่ 15 มกราคม 2020

 

 

 

 

เราคงได้เห็นข่าวกันมาแล้วว่าไมโครซอฟท์ได้พัฒนาเว็บเบราเซอร์ใหม่แม้ว่ายังใช้ชื่อ Edge เช่นเดิม แต่ว่าเอนจินในการทำงานนั้นได้ปรับเปลี่ยนมาใช้ Chromium ของทาง Google และตอนนี้การพัฒนา Edge รุ่นใหม่ก็ใกล้จะเสร็จสมบูรณ์แล้ว โดยไมโครซอฟท์มีแผนที่จะปล่อย Edge ในวันที่ 15 มกราคม 2020 ที่จะถึงนี้ และถ้าใครเคยลองใช้งาน Edge (Chromium) ในรุ่น beta รุ่นหลัง ๆ มานี้ก็จะพบว่าทำงานได้เร็วกว่าเดิมอย่างมาก หากใครยังไม่เคยทดลองสามารถดาวน์โหลดรุ่นทดสอบได้ที่ www.microsoftedgeinsider.com

 

 

Intel รุกตลาดการประมวลผล AI อย่างหนัก ทุ่ม 2 พันล้านเหรียญฯ ซื้อ Habana Labs

 

 

 

หนึ่งในโฟกัสที่สำคัญของอินเทลในเวลานี้ก็คือตลาดด้านการประมวลผลข้อมูลทางด้าน AI แม้ว่าอินเทลเองจะมีเทคโนโลยีการประมวลผล AI อยู่ในมีเป็นจำนวนมากแล้วไม่ว่าจะเป็นซีพียูของตัวเอง และการ์ดประมวลผล Xeon Phi และในปี 2016 อินเทลเองก็เข้าซื้อบริษัท Movidius บริษัทที่ผลิตชิปประมวลผลด้วยภาพสำหรับงาน Computer Vision และ Deep Learning ต่อมาในปี 2017 อินเทลก็เข้าซื้อ Mobileye ซึ่งเป็นระบบประมวลผลด้วยภาพสำหรับยานยนต์ไร้คนขับเ้ข้ามาเสริมทัพงานด้าน AI และในปี 2019 นี้อินเทลก็ทุ่มอีก 2 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ เข้าซื้อกิจการของ Habana Labs ซึ่งเป็นผู้ผลิตชิปประมวผลด้าน AI ที่มีประสิทธิภาพในการเทรนด์โมเดลปัญญาประดิษฐ์ต่าง ๆ ได้รวดเร็วกว่าการใช้ GPU ถึง 4 เท่า ที่มีจำนวนชิปประมวลผลเท่า ๆ กัน (ในแพลตฟอร์มขนาดเดียวกัน) ทางอินเทลประเมินว่าในปี 2024 มูลค่าของตลาดชิปประมวผลด้าน AI นั้นจะสูงถึง 25,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และตลาดของด้าต้าเซนเตอร์ก็จะมีมูลค่ารวมสูงถึง 10,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ซึ่งการเข้ามามีส่วนแบ่งในตลาดที่มีมูลค่าสูงเหล่านี้จะทำให้ผลประกอบการโดยรวมของอินเทลเติบโตยิ่งขึ้นไปอีก (intel.com)

 

 

AMD อัปเดต Radeon Software Adrenalin 2020 Edition เป็นเวอร์ชัน 19.12.3 เพี่มเสถียรภาพในการทำงาน

 

 

 

 

 

เมื่อวันที่ 10 ธันวาคมที่ผ่านมาทางเอเอ็มดีได้เปิดตัว Radeon Software Adrenalin 2020 Edition ซึ่งเป็นการอัปเดตเวอร์ชันประจำปี แต่ว่าไดรเวอร์ในวันนั้นยังคงมีปัญหาเรื่องความเข้ากันได้กับเกมและการ์ดจอรุ่นเก่าของเอเอ็มดีเอง รวมไปถึงเสถียรภาพในการทำงานยังไม่ดีนักเมื่อต้องนำมาใช้งานในสถานะการณ์จริงที่ผู้ใช้มีการเปิดแอปพลิเคชันร่วมกันหลายโปรแกรมจนทำให้การแสดงผลผิดเพี้ยนไปบ้าง จอดำบ้าง จอกระพริบบ้าง แล้วแต่ว่าจะเล่นเกมหรือใช้แอปพลิเคชันใด ล่าสุดทางเอเอ็มดีจึงได้ออกอัปเดตเวอร์ชัน v19.12.3 ซึ่งเป็นปัญหาส่วนใหญ่ที่ผู้คนพบเจอ รวมทั้งมีการเพิ่มชุดคำสั่งของ Vulkan เข้ามาอีก 5 คำสั่ง (ในสัปดาห์ที่แล้ว NVIDIA เองก็เพิ่มคำสั่งใหม่ใน Vulkan ไป 6 คำสั่ง) 

 

อย่างไรก็ดีการอัปเดตเวอร์ชันในครั้งนี้ก็ยังอาจจะมีปัญหาอยู่บ้างเช่น การใช้ซีพียูสูงในระหว่างการใช้ Radeon Game Advisor รวมไปถึงยังมีปัญหากับ R9 200, R9 300 และ R9 Fury ในการเล่นเกมบางเกมที่ใช้ DX 9 และ DX11 รวมกับจอภาพที่มีอัตรารีเฟรชเรตสูงกว่า 120Hz เป็นต้น ซึ่งทางเอเอ็มดีได้ทราบปัญหาดังกล่าวและกำลังแก้ไข สำหรับความเห็นของเราใครที่ใช้การ์ดจอที่ต่ำว่า RX 5000 Series ยังควรใช้ Radeon Adrenalin 2019 ต่อไปอีกสักระยะจะดีกว่า  (amd.com)