รุ่นในฝันของผู้จัดการไอที
ThinkPad Pro Dock ที่มาพร้อมการเชื่อมต่อ USB-C ที่ด้านข้าง ทำให้สามารถใช้งานร่วมกับ ThinkPad ที่ออกมาในปี 2561 ได้อย่างลงตัวและง่ายยิ่งขึ้น ช่วยประหยัดเวลาให้กับผู้ใช้ที่ต้องใช้งานนอกสถานที่บ่อย ๆ ได้ดี นอกจากนี้ X1 Carbon ยังมาพร้อมฟีเจอร์ด้านความปลอดภัยอีกมากมาย ทั้ง ThinkShutter ที่เป็นฝาปิดกล้องหน้า เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่มีการเก็บข้อมูลในชิป (Match-on-chip) และเทคโนโลยีป้องกันต่างๆ ซึ่งช่วยปกป้องข้อมูลของท่านในการล็อกอิน นอกจากนี้ ยังสามารถใช้งานร่วมกับระบบ AutoPilot จาก Microsoft ที่ช่วยให้ผู้จัดการไอทีสามารถจัดการทรัพยากรคอมพิวเตอร์ในองค์กรได้ง่ายดายกว่าที่เคย

ลงตัวกับทุกการทำงาน
ด้วยพลังของ 8th Generation Intel® Quad Core™ ที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้นกว่ารุ่นก่อนหน้าถึง 35% แรมเร็วขึ้นกว่า LPDDR3 ที่ใช้ในรุ่นก่อนหน้าอย่างเห็นได้ชัด นอกจากนี้ ยังมีรุ่นที่รองรับการเชื่อมต่อ LTE-A ทำให้ท่านสามารถใช้งาน ThinkPad X1 Carbon ในการเชื่อมต่อโลกออนไลน์ได้ทุกที่ทุกเวลา โดยไม่จำเป็นต้องใช้แต่เพียง WiFi และหากท่านเลือกรุ่นที่มาพร้อมกล้องอินฟราเรด ก็จะมีฟีเจอร์ Glance ให้ท่านใช้งานเพิ่มเติมอีกด้วย โดยจะเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างการสแกนใบหน้า ดวงตา และการตรวจจับสายตา ทำให้ระบบสามารถตอบสนองต่อสายตาของผู้ใช้ได้ เช่น การเลื่อนหน้าต่างโปรแกรมโดยการใช้สายตา

โดดเด่นกว่าผู้อื่นด้วยดีไซน์อันดุดัน
การออกแบบของ X1 Carbon ที่มาในโทนเข้ม ผิวสัมผัสแบบซอฟต์ทัชเช่นเดียวกับในรุ่นสีเงิน ซึ่งทั้งสองสีจะมาพร้อมกับบานพับที่มาในโทนสีพิเศษ ประกอบกับจอแสดงผลขนาด 14 นิ้ว ที่ใหญ่กว่า เต็มตากว่ารุ่นก่อนหน้าที่เคยมีมา
ตัวเลือกจอที่มีทั้งแบบ FHD แบบเบา ๆ หรือจะจัดเต็มด้วยจอคุณภาพระดับ Dolby Vision™ HDR ที่แสดงผลบนจอความละเอียดระดับ WQHD ความสว่างสูงสุดถึง 500 nits และขอบเขตการแสดงสี 100% ซึ่งนับเป็นคอมพิวเตอร์รุ่นแรกที่มาพร้อมเทคโนโลยี Dolby Vision ทำให้ X1 ของเราสามารถแสดงภาพบนจอได้เหนือกว่าทั้งในแง่ของความสว่าง สีสันที่แม่นยำ คอนทราสต์ แถมยังมีขอบจอสุดบาง และที่สำคัญที่สุดคืออัตราการกินไฟที่แทบไม่แตกต่างจากจอปกติเลยด้วย !

จาก 0-80 ภายใน 60
ท่านสามารถใช้งาน ThinkPad X1 Carbon ด้วยพลังจากแบตเตอรี่ได้ถึง 15 ชั่วโมง และหากแบตเตอรี่อ่อน ท่านสามารถชาร์จด้วยฟังก์ชัน RapidCharge ที่สามารถชาร์จไฟเข้าได้ถึง 80% ภายในเวลาแค่ 60 นาที ทำให้ท่านสามารถใช้ช่วงเวลาพักเที่ยงในการเติมไฟให้แบตเตอรี่ของท่าน เพื่อต่ออายุการใช้งานของท่านอีก 12 ชั่วโมง ได้สบาย ๆ รวมถึงยังมี Dock เสริมที่เข้าคู่กับ X1 Carbon อย่างลงตัว และยังใช้งานร่วมกับ ThinkPad รุ่นอื่น ๆ ได้อีกด้วย
ผู้มีปัญญาจะพูดก็ต่อเมื่อจำเป็น
ด้วย Cortana Premium ทำให้ท่านสามารถสั่งงาน X1 Carbon ด้วยเสียงได้ระยะไกลสุดจากเครื่องถึงกว่า 4 เมตร ผ่านไมโครโฟนที่รับเสียงได้ 360 องศาภายในเครื่อง ทำให้การปลุกเครื่องขึ้นมาทำงานเป็นเรื่องง่าย หรือจะค้นหาไฟล์ จัดการตารางนัดหมาย สั่งเครื่องให้เข้าสู่โหมดสลีป ก็ทำได้ผ่านเสียงพูดของท่าน

พร้อมรับการเชื่อมต่อความเร็วสูงระดับสายฟ้า
X1 Carbon มาพร้อมพอร์ต Intel® Thunderbolt™ 3 ที่มาในรูปของ USB-C ซึ่งมีความเร็วในการรับส่งข้อมูลสูงสุดถึง 40 Gbps การใช้งานเพียงแค่ใช้สาย USB-C ที่รองรับเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ Thunderbolt 3 ของท่าน ซึ่งความเร็วในระดับนี้ทำให้ท่านสามารถรับส่งข้อมูลได้เร็วขึ้นกว่าเดิมถึง 4 เท่าตัว รวมถึงยังสามารถใช้ชาร์จไฟได้อีกด้วย ทำให้ในพอร์ตเดียว ท่านสามารถใช้แทนได้ทั้ง Thunderbolt, USB-C และ DisplayPort
ออกแบบมาสำหรับใช้งานได้ในทุกสถานการณ์
เฉกเช่น ThinkPad รุ่นอื่น ๆ X1 Carbon ผ่านการทดสอบความทนทานตามมาตรฐานกองทัพกว่า 12 รายการ รวมถึงตามมาตรฐานความทนทานทั่วไปอีกกว่า 200 รายการ ทำให้ท่านมั่นใจได้ว่าจะสามารถใช้งานเครื่องได้ในทุกสถานที่ ไม่ว่าจะเป็นที่ขั้วโลกที่หนาวขีดสุด หรือจะท่ามกลางพายุทะเลทราย ท่ามกลางสภาวะไร้แรงดึงดูด รวมถึงการใช้งานที่ต้องพบกับหยดน้ำ หรือการตกจากที่สูง ท่านก็สามารถใช้งานโน้ตบุ๊กเครื่องนี้ได้แบบไร้กังวล

ปกป้องความเป็นส่วนตัวด้วยปลายนิ้ว
สำหรับผู้ที่กังวลเรื่องความเป็นส่วนตัวว่าอาจโดนเฝ้ามองผ่านกล้องเว็บแคม เพียงแค่เลื่อน ThinkShutter มาปิดหน้ากล้องเท่านั้นเอง นับเป็นการแก้ปัญหาที่ง่าย แต่ได้ผลแบบ 100% เลยทีเดียว

ประกบติดทันใจ
ThinkPad X1 Carbon รองรับการใช้งานร่วมกับ ThinkPad Pro Dock ที่ได้รับการออกแบบใหม่ ซึ่งสามารถใช้งานร่วมกับ ThinkPad รุ่นอื่น ๆ ที่ออกมาในปี 2561 ได้ด้วยเช่นกัน โดยการเชื่อมต่อจะผ่านทาง USB-C ด้านข้าง ซึ่งตรงกับตำแหน่งพอร์ต USB-C ทั้งสองช่องข้างตัวเครื่อง ทำให้ง่ายต่อการเชื่อมต่อ รวมถึงยังปรับองศาการใช้งานได้ง่ายอีกด้วย

ระบบความปลอดภัยชั้นยอดเพื่อท่าน
ล็อกอินเข้าใช้งานระบบได้อย่างรวดเร็วด้วยฟีเจอร์ Windows Hello เพียงแค่แตะปลายนิ้ว หรือสแกนใบหน้าผ่านกล้องอินฟราเรด ที่สำคัญข้อมูลลายนิ้วมือของท่านจะบันทึกไว้ในชิปที่ออกแบบมาโดยเฉพาะ ซึ่งไม่มีการส่งข้อมูลออกสู่ภายนอก จึงทำให้ท่านมั่นใจได้ว่าข้อมูลของท่านจะไม่หลุดออกไป นอกจากนี้ ยังมีการเข้ารหัสข้อมูลของท่านด้วยชิป Trusted Platform Module แบบแยก (dTPM) หากยังไม่พอ เรายังมาพร้อมฟีเจอร์ FIDO ที่ช่วยจัดการข้อมูลรหัสผ่านภายในเครื่องให้มีความปลอดภัยขึ้นมาอีกระดับอีกต่างหาก
Fast Identity Online (FIDO) มีจุดเด่นทั้งความรวดเร็ว และปลอดภัย ด้วยการเก็บรวบรวมข้อมูลผู้ใช้งาน รหัสผ่านต่าง ๆ ไว้แล้วเสริมความปลอดภัยเข้าไปถึง 3 ชั้น เพื่อให้การใช้งานของท่านปลอดภัยและง่ายดายยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการลงทะเบียนเข้าใช้งานเว็บไซต์อย่าง Facebook Google หรือจะเป็นการทำธุรกรรมผ่าน PayPal แถมยังช่วยลดค่าใช้จ่ายในการจัดการเสริมความปลอดภัยในองค์กรได้อีกด้วย

อ้างอิงจาก : https://www.lenovo.com
