
แอปเปิ้ลวอชถือเป็นอุปกรณ์สวมใส่อัจฉริยะที่ช่วยอำนวยความสะดวกในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการแจ้งเตือน การติดตามสุขภาพ หรือการควบคุมอุปกรณ์อื่นในระบบ Apple Ecosystem อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้งานหลายคนพบปัญหาเรื่องแบตเตอรี่ที่หมดไว ต้องชาร์จวันละหลายครั้ง ซึ่งอาจไม่สะดวกนัก โดยเฉพาะในวันที่ต้องใช้งานทั้งวันหรือขณะเดินทาง
บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักเทคนิคในการตั้งค่าแอปเปิ้ลวอชเพื่อให้แบตเตอรี่ใช้งานได้นานที่สุด พร้อมแนะนำการปิดฟีเจอร์สิ้นเปลือง การตั้งค่าที่เหมาะสม และเทคนิคเพิ่มเติมที่ช่วยยืดอายุการใช้งานแบตให้คุ้มค่าตลอดวัน
แอปเปิ้ลวอชรุ่นใหม่แม้จะมีประสิทธิภาพสูงขึ้น แต่หลายฟีเจอร์ที่เพิ่มเข้ามา เช่น Always-On Display, ระบบ GPS, การวัดออกซิเจนในเลือด หรือการวัดคลื่นไฟฟ้าหัวใจ ก็ล้วนใช้พลังงานจำนวนไม่น้อย อีกทั้งการเชื่อมต่อกับ iPhone หรือ Wi-Fi ตลอดเวลาก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ส่งผลให้แบตเตอรี่ลดลงเร็ว
ดังนั้น การปรับแต่งให้เหมาะสมกับการใช้งานของเรา คือทางเลือกที่ชาญฉลาดในการยืดอายุแบตเตอรี่โดยไม่ต้องเสียฟังก์ชันสำคัญ
1. ปิดฟีเจอร์ Always-On Display (เฉพาะรุ่นที่รองรับ)
Always-On Display เป็นฟีเจอร์ที่ทำให้หน้าจอแสดงผลตลอดเวลา แม้ไม่ได้ยกข้อมือดู ซึ่งสะดวกแต่ใช้พลังงานมาก หากไม่จำเป็น ควรปิดโดยไปที่
Settings > Display & Brightness > Always On > ปิดการทำงาน
2. ลดการวัดค่าทางสุขภาพที่ไม่จำเป็น
การวัดอัตราการเต้นของหัวใจทุกนาทีหรือการตรวจจับเสียงอาจไม่จำเป็นตลอดเวลา
ไปที่ Watch App > Privacy > Health > ปิด Heart Rate / Blood Oxygen (ถ้าไม่ได้ใช้)
3. ปิดการอัปเดตเบื้องหลังของแอป
หลายแอปบน Apple Watch จะทำงานเบื้องหลังและดึงข้อมูลจาก iPhone ทำให้กินแบตโดยไม่รู้ตัว
ไปที่ Watch App > General > Background App Refresh > ปิดทั้งหมด หรือเลือกเฉพาะแอปที่จำเป็น
4. ใช้โหมดประหยัดพลังงาน (Low Power Mode)
ตั้งแต่ watchOS 9 ขึ้นไป สามารถเปิดโหมด Low Power Mode ได้ง่ายๆ เพื่อให้ระบบปิดฟีเจอร์ที่กินพลังงาน เช่น เซ็นเซอร์สุขภาพ หรือการเชื่อมต่อ Wi-Fi
เปิดได้จาก Control Center > แตะไอคอนแบตเตอรี่ > เลือก Low Power Mode
5. ปิดการแจ้งเตือนที่ไม่จำเป็น
การสั่นหรือแสดงแจ้งเตือนบ่อยครั้งทำให้แบตหมดเร็ว โดยเฉพาะการแจ้งเตือนจากโซเชียล
ไปที่ Watch App > Notifications > ปรับเลือกเฉพาะแอปที่ต้องการ
6. ปิด Raise to Wake หรือปรับแสงหน้าจอ
การยกข้อมือเพื่อเปิดหน้าจอมีความสะดวก แต่ก็ทำให้จอเปิดบ่อยเกินความจำเป็น
ไปที่ Settings > Display & Brightness > ปิด Wake on Wrist Raise และปรับความสว่างให้ต่ำลง
7. ใช้ Watch Face แบบประหยัดแบต
หน้าปัดที่มีกราฟิกเคลื่อนไหวหรือสีสดใสมากเกินไปจะกินแบตมาก แนะนำให้เลือกหน้าปัดเรียบง่าย เช่น Modular หรือ Numerals
โดยเฉพาะในพื้นที่ไม่มีสัญญาณมือถือหรือ Wi-Fi ซึ่งระบบจะพยายามค้นหาสัญญาณตลอดเวลา
ใช้งานเฉพาะแอปสำคัญเพื่อลดการดึงข้อมูลและลดภาระบนระบบ
เพื่อรีเฟรชระบบและลดปัญหาการทำงานผิดพลาดที่อาจกินแบตโดยไม่จำเป็น
เพราะ Apple มักปล่อยแพตช์แก้ไขการใช้พลังงานในเวอร์ชันใหม่เสมอ
การตั้งค่าแอปเปิ้ลวอชให้ประหยัดแบตเตอรี่ ไม่ได้หมายความว่าคุณต้องปิดทุกฟีเจอร์จนเสียประโยชน์ แต่เป็นการเลือกปิดเฉพาะสิ่งที่ไม่จำเป็นสำหรับชีวิตประจำวันของคุณเอง การใช้ Low Power Mode การเลือกแอปที่ใช้งาน และการตั้งค่าหน้าจออย่างเหมาะสม จะช่วยให้คุณสามารถใช้งานแอปเปิ้ลวอชได้ตลอดวันโดยไม่ต้องชาร์จบ่อย
สำหรับใครที่กำลังมองหาแอปเปิ้ลวอชรุ่นที่ใช้งานได้ยาวนานและคุ้มค่ากับการใช้งานประจำวัน Apple Watch SE ถือเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจ โดยเฉพาะหากซื้อผ่านร้านที่เชื่อถือได้ เช่น JIB Online ที่มีบริการผ่อน 0% ส่งฟรี มีประกันศูนย์และโปรโมชันคุ้มค่าครบจบในที่เดียว
Apple Watch สมาร์ทวอทช์ที่ผสานเทคโนโลยีล้ำสมัยเข้ากับดีไซน์ที่สวยโดดเด่น พร้อมให้คุณเป็นเจ้าของในราคาสุดคุ้มที่ JIB Online ครบครันด้วยฟีเจอร์เพื่อสุขภาพ การออกกำลังกาย และการเชื่อมต่อกับ iPhone อย่างไร้รอยต่อ ไม่ว่าจะเป็นการวัดอัตราการเต้นของหัวใจ การติดตามการนอนหลับ การนับก้าว หรือการแจ้งเตือนต่าง ๆ ก็ทำได้สะดวกทันใจเพียงปลายนิ้ว ดีไซน์สวยทันสมัย มีให้เลือกหลายรุ่น หลายสี ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ ทั้งสายสุขภาพ คนทำงาน หรือผู้ที่ต้องการอัปเกรดความสมาร์ทในชีวิตประจำวัน Apple Watch ช่วยให้คุณใช้ชีวิตได้มีประสิทธิภาพมากขึ้นทุกวัน พร้อมให้คุณช้อปออนไลน์ได้ง่าย ๆ ที่ JIB Online พร้อมรับโปรโมชั่นพิเศษ บริการจัดส่งรวดเร็ว และการรับประกันสินค้าของแท้ มั่นใจได้ในคุณภาพและการบริการจากร้านค้าที่คุณไว้ใจ
ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม
| Line ID | >> @jibonline |
| >> JIB Computer Group | |
| >> jib.online | |
| Tiktok | >> jibofficial |
| Youtube | >> Jib Channel |