×

VGA (การ์ดแสดงผล) NVIDIA RTX PRO 4000 BLACKWELL - 24GB GDDR7 WITH ECC

VGA (การ์ดแสดงผล) NVIDIA RTX PRO 4000 BLACKWELL - 24GB GDDR7 WITH ECC

รายละเอียดสินค้าโดยย่อ

Nvidia RTX PRO 4000 Blackwell เป็นสุดยอด GPU แบบ Single-Slot สำหรับมืออาชีพ สร้างบนสถาปัตยกรรม Blackwell ด้วย Tensor Cores (Gen 5), RT Cores (Gen 4) และหน่วยความจำเร็วสูง 24GB เพื่อมอบประสิทธิภาพ AI, Neural Rendering, และการจำลองแบบเรียลไทม์ที่ก้าวล้ำ สามารถเร่งงาน Gen AI และการเรนเดอร์ภาพเสมือนจริงได้อย่างรวดเร็ว ดีไซน์ Single-Slot ขนาดกะทัดรัด ทำให้สามารถติดตั้งในเวิร์คสเตชันหรือระบบทางการแพทย์ได้อย่างง่ายดาย มอบความเร็วและความแม่นยำที่ไม่มีใครเทียบได้สำหรับสถาปนิก วิศวกร และนักสร้างสรรค์

• หน่วยความจำ : 24 GB GDDR7 with ECC
• คอนเน็กเตอร์สำหรับจอภาพ : 4 x DisplayPort

VGA (การ์ดแสดงผล) NVIDIA RTX PRO 4000 BLACKWELL - 24GB GDDR7 WITH ECC
(#1008000539)

รับประกัน 3 - y
ราคา
บาท
89,900
ส่งฟรี
-
+
ซื้อเลย
 
0.65%
10 ด.
เดือนละ 9,574.35 .-
0.69%
10 ด.
เดือนละ 9,610.31 .-
0.79%
10 ด.
เดือนละ 9,700.21 .-
คุณสมบัติ
model
Brand
Leadtek
Model
NVIDIA RTX PRO 4000 Blackwell
specification
Slot
1 x PCIe 5.0 x16 Slot
Chipset
Nvidia
Series
Nvidia RTX Series
ความเร็ว RAM
672 GB/s
ขนาดความจุ RAM
24 GB
ชนิดของ RAM
GDDR7 with ECC
CUDA Core / Compute Units / Stream Processor
CUDA Parallel Processing Cores : 8960
NVIDIA Tensor Cores : 280
NVIDIA RT Cores : 70
Length
241 mm
Width
112 mm
Height
20 mm
general
Bus Width
192 bit
ความละเอียดสูงสุด
7680 x 4320
DirectX
12 Ultimate
port connector
Display Port
Version 2.1b x 4 Port
power requirement
อัตราการกินไฟ
≈ 145 W
Need Power Supply
650 W
Power Connectors
1 x 16 Pin
warranty
การรับประกัน
3 Years
รายละเอียดสินค้า

 

ภาพรวม

NVIDIA RTX PRO 4000 Blackwell คือ GPU แบบสล็อตเดี่ยวระดับสูงสุดสำหรับมืออาชีพ ที่ผสานประสิทธิภาพ AI อันล้ำสมัย การเรนเดอร์แบบ Neural Rendering และประสิทธิภาพการใช้พลังงานที่ยอดเยี่ยม เพื่อยกระดับเวิร์กโฟลว์ด้านงานสร้างสรรค์ วิศวกรรม และวิทยาศาสตร์ไปอีกขั้น สร้างขึ้นบนสถาปัตยกรรม NVIDIA Blackwell พร้อม Tensor Core รุ่นที่ 5, RT Core รุ่นที่ 4 และหน่วยความจำความเร็วสูงขนาด 24GB ที่ช่วยเร่งการทำงานของ Generative AI การเรนเดอร์ภาพเสมือนจริง และการจำลองแบบเรียลไทม์ สามารถออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ซับซ้อน จำลองเครื่องจักรรุ่นใหม่ หรือสร้างโลกเสมือนที่สมจริงระดับภาพยนตร์ พร้อมใช้เครื่องมือ AI เพื่อความแม่นยำที่เหนือกว่า ด้วยดีไซน์แบบสล็อตเดี่ยวขนาดกะทัดรัด จึงติดตั้งได้อย่างลงตัวในเวิร์กสเตชัน ระบบทางการแพทย์ และสตูดิโอ ช่วยให้นักออกแบบ สถาปนิก วิศวกร และครีเอเตอร์ สามารถสร้างสรรค์เมืองอัจฉริยะ ประสบการณ์ที่เสริมด้วย AI และนวัตกรรมแห่งอนาคตได้อย่างรวดเร็วและขยายขีดความสามารถได้อย่างไร้ขีดจำกัด


คุณสมบัติด้านประสิทธิภาพ

NVIDIA RTX PRO - สร้างขึ้นเพื่อมืออาชีพ

ออกแบบมาสำหรับผู้เชี่ยวชาญที่ต้องการสิ่งที่ดีที่สุด โซลูชัน NVIDIA RTX PRO มอบประสิทธิภาพ ความน่าเชื่อถือ และการสนับสนุนในระดับสูงสุด GPU ทุกตัวผ่านการทดสอบอย่างเข้มงวดสำหรับงานออกแบบ วิศวกรรม และ AI หลากหลายรูปแบบ พร้อมการปรับแต่งอย่างต่อเนื่องผ่านไดรเวอร์ระดับองค์กร ด้วยการรับรองจาก ISV จำนวนมาก เครื่องมือบริหารจัดการด้าน IT ที่แข็งแกร่ง และการสนับสนุนระดับองค์กร เวิร์กสเตชัน RTX PRO จึงเป็นตัวเลือกที่ได้รับความไว้วางใจสำหรับการใช้งานในองค์กรและงานสำคัญที่ไม่สามารถเกิดข้อผิดพลาดได้

สถาปัตยกรรม NVIDIA Blackwell - ขุมพลังแห่ง AI ยุคใหม่

สถาปัตยกรรม NVIDIA Blackwell ผสานเทคโนโลยี AI, Ray Tracing และ Neural Graphics ที่ล้ำสมัยเข้ากับการเพิ่มประสิทธิภาพและความจุหน่วยความจำอย่างมหาศาล เพื่อรองรับเวิร์กโฟลว์ด้านงานสร้างสรรค์ การออกแบบ และวิศวกรรมระดับมืออาชีพจากทุกที่ GPU NVIDIA RTX PRO Blackwell Generation คือ GPU สำหรับเวิร์กสเตชันที่ล้ำหน้าที่สุด มอบ Ray Tracing แบบเรียลไทม์ การประมวลผล AI ที่เร่งความเร็วด้วยฮาร์ดแวร์ และการเรนเดอร์กราฟิกระดับมืออาชีพ

Blackwell Streaming Multiprocessor (SM)

Blackwell Streaming Multiprocessor (SM) ผสาน CUDA Core รุ่นใหม่และ Neural Shader เพื่อยกระดับประสิทธิภาพกราฟิกและการประมวลผลที่เสริมด้วย AI โดยให้ประสิทธิภาพ FP32 สูงขึ้นถึง 1.4 เท่าเมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า และรองรับ CUDA Core ได้สูงสุดถึง 8,960 คอร์ต่อ GPU สำหรับงานจำลองระดับอุตสาหกรรม การสร้างโมเดล 3D และการเรนเดอร์แบบ Ray Tracing Neural Shader ที่ได้รับการปรับปรุงช่วยฝัง AI เข้าไปใน Pipeline ที่ตั้งโปรแกรมได้โดยตรง รองรับเวิร์กโฟลว์แบบ Hybrid เช่น RTX Mega Geometry และ DLSS 4.0 Multi-Frame Generation พร้อมรองรับความแม่นยำหลายรูปแบบ ได้แก่ FP64, FP32, FP16 และ BF16 รวมถึง L2 Cache ที่ใหญ่ขึ้นและความเร็วสัญญาณนาฬิกาที่สูงขึ้น ช่วยเร่งการทำงานของ Tensor Operation, Sparse Neural Network และการเรนเดอร์ภาพสมจริงสำหรับงานด้านสถาปัตยกรรม วิศวกรรม การก่อสร้าง การผลิต และสื่อดิจิทัล การออกแบบแบบรวมศูนย์นี้ช่วยให้ Ray Tracing, AI Inferencing และงานคำนวณต่าง ๆ ทำงานพร้อมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Tensor Core รุ่นที่ 5 - ขับเคลื่อนเวิร์กโฟลว์ AI

Tensor Core รุ่นที่ 5 ช่วยเร่งการคำนวณเมทริกซ์สำหรับ Deep Learning ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการฝึกและการอนุมานโมเดล Neural Network โดยให้ประสิทธิภาพสูงกว่ารุ่นก่อนถึง 3 เท่าเมื่อเปิดใช้งาน Fine-Grained Structured Sparsity รองรับการประมวลผลแบบ Mixed Precision รวมถึง FP4 ที่เพิ่มเข้ามาใหม่ พร้อมรองรับ TF32, BF16, FP16, FP8 และ FP6 ช่วยให้การพัฒนาโมเดล AI มีความยืดหยุ่นมากยิ่งขึ้น เส้นทางการประมวลผลจำนวนเต็มและจุดลอยตัวที่แยกอิสระช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานแบบขนาน รองรับ DLSS 4 Multi-Frame Generation เพื่อการเรนเดอร์ด้วย AI แบบเรียลไทม์และการสร้างคอนเทนต์คุณภาพสูง นักพัฒนาจะได้รับประโยชน์จากหน่วยความจำที่เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าและพลังประมวลผล AI มากกว่ารุ่นก่อนถึง 3 เท่า เหมาะสำหรับการพัฒนา LLM ภายในองค์กร การประมวลผลระดับอุตสาหกรรม และการนำโมเดล AI รุ่นใหม่ไปใช้งานจริง

RT Core รุ่นที่ 4 - กราฟิก Neural สมจริงเหนือระดับ

RT Core รุ่นที่ 4 มอบประสิทธิภาพ Ray Tracing สูงขึ้นถึง 2 เท่าเมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า ช่วยสร้างภาพที่สมจริงด้วยเงา การสะท้อน และการหักเหของแสงที่ถูกต้องตามหลักฟิสิกส์ รองรับเทคโนโลยี Neural Graphics เช่น RTX Mega Geometry ที่สามารถจัดการสามเหลี่ยม Ray-Traced ได้มากขึ้นถึง 100 เท่า เหมาะสำหรับงานต้นแบบอุตสาหกรรม สภาพแวดล้อม 3D แบบ Immersive และการสร้างคอนเทนต์สื่อและความบันเทิง พร้อมลดระยะเวลาในการปรับแก้งานอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อทำงานร่วมกับแอปพลิเคชันที่รองรับ NVIDIA OptiX, Microsoft DXR และ Vulkan Ray Tracing จะช่วยให้เวิร์กโฟลว์การออกแบบเป็นแบบโต้ตอบได้จริง พร้อมรับผลลัพธ์ทันทีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานสูงสุด

วิดีโอแบบ Chroma Sampling 4:2:2

สถาปัตยกรรม NVIDIA Blackwell เพิ่มการรองรับการเข้ารหัสและถอดรหัสวิดีโอแบบ 4:2:2 ด้วยฮาร์ดแวร์ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพอย่างมากสำหรับงานตัดต่อวิดีโอในรูปแบบนี้ ทำให้ผู้ใช้งานใช้เวลาน้อยลงในการรอประมวลผลและจัดการ Proxy File และมีเวลามากขึ้นในการสร้างสรรค์ผลงาน ความละเอียดสีที่มากกว่าแบบ 4:2:0 ช่วยให้เหมาะกับคอนเทนต์ HDR การแสดงข้อความหรือเส้นรายละเอียดเล็ก ๆ และงาน Color Grading ที่ต้องปรับแก้สีหลายครั้ง

NVENC รุ่นที่ 9 - เอนจินเข้ารหัสวิดีโอ

NVIDIA NVENC รุ่นที่ 9 ช่วยเพิ่มความเร็วในการเข้ารหัสวิดีโอและยกระดับคุณภาพสำหรับงานวิดีโอระดับมืออาชีพ รองรับการเข้ารหัส 4:2:2 H.264 และ HEVC พร้อมปรับปรุงคุณภาพของ AV1 และ HEVC ให้ดีขึ้นประมาณ 5% BD-BR PSNR รวมถึงโหมด AV1 Ultra High Quality (UHQ) ใหม่ที่ให้คุณภาพสูงสุด NVENC สามารถจัดการงานเข้ารหัสวิดีโอ 4K และ 8K ที่หนักหน่วงได้ ช่วยลดภาระของ GPU Graphics Engine และ CPU รองรับการเข้ารหัสวิดีโอระดับ 8K/60 สำหรับงานตัดต่อวิดีโอมืออาชีพ พร้อมประสิทธิภาพสูงกว่าตัวเข้ารหัสซอฟต์แวร์ถึง 2 เท่าในคุณภาพระดับเดียวกัน

NVDEC รุ่นที่ 6 - เอนจินถอดรหัสวิดีโอ

NVIDIA NVDEC รุ่นที่ 6 ให้ประสิทธิภาพการถอดรหัส H.264 สูงขึ้นถึง 2 เท่าเมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า และรองรับการถอดรหัส 4:2:2 H.264 และ HEVC ช่วยให้เล่นวิดีโอคุณภาพสูงได้ลื่นไหล เร่งการนำเข้าข้อมูลวิดีโอ และรองรับฟีเจอร์การตัดต่อวิดีโอที่ใช้ AI โดยรองรับการถอดรหัสฮาร์ดแวร์สำหรับ MPEG-2, VC-1, H.264 (AVCHD), H.265 (HEVC), VP8, VP9 และ AV1

หน่วยความจำ GDDR7 - จัดการโปรเจกต์ขนาดใหญ่ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

หน่วยความจำ GDDR7 รุ่นใหม่ที่ได้รับการปรับปรุง ช่วยเพิ่มแบนด์วิดท์และความจุอย่างมาก ทำให้แอปพลิเคชันทำงานได้รวดเร็วขึ้นและรองรับชุดข้อมูลขนาดใหญ่และซับซ้อนยิ่งขึ้น ด้วยหน่วยความจำ GPU ขนาด 24 GB สามารถจัดการโปรเจกต์ 3D และ AI ขนาดใหญ่ สำรวจสภาพแวดล้อม VR ขนาดใหญ่ และรองรับเวิร์กโฟลว์หลายแอปพลิเคชันพร้อมกัน GDDR7 ให้แบนด์วิดท์สูงสุดถึง 2 เท่า ช่วยเร่งงาน Ray Tracing การเรนเดอร์ และ AI ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

รหัสแก้ไขข้อผิดพลาด (ECC) สำหรับหน่วยความจำกราฟิก

การรองรับ Error Correcting Code (ECC) ในหน่วยความจำ GDDR7 โดยตรง ช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือของข้อมูลโดยไม่ส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพหรือความจุ ด้วยการใช้ Sideband ECC ซึ่งจัดสรรพื้นที่ขนาดเล็กแยกจากหน่วยความจำหลักสำหรับเก็บบิต ECC โดยเฉพาะ บิต ECC สามารถแก้ไขข้อผิดพลาดแบบ 1 บิต และแจ้งเตือนข้อผิดพลาดแบบ 2 บิตได้ GPU RTX PRO ช่วยตอบโจทย์ข้อกำหนดด้านความถูกต้องของข้อมูลที่เข้มงวดสำหรับแอปพลิเคชันสำคัญ พร้อมรักษาความแม่นยำและความน่าเชื่อถือของการประมวลผลสำหรับเวิร์กสเตชัน

Blackwell Max-Q - ประสิทธิภาพสูงสุดพร้อมการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ

ด้วยการนำเทคโนโลยีในตระกูล Max-Q มาใช้ RTX PRO Series จึงมีโซลูชันที่ได้รับการออกแบบให้เหมาะสมกับข้อจำกัดด้านขนาดของระบบ โดยมุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพสูงสุดในระบบที่ติดตั้ง GPU หลายตัวอย่างหนาแน่น

PCIe Gen5 - ประสิทธิภาพแบบเรียลไทม์สำหรับเวิร์กโฟลว์แบบโต้ตอบ

GPU RTX PRO รองรับ PCI Express Gen 5 ซึ่งให้แบนด์วิดท์สูงสุดถึง 64 GB/sec ผ่านการเชื่อมต่อแบบ x16 (มากกว่า PCIe Gen 4 ถึง 2 เท่า) ช่วยเพิ่มความเร็วในการรับส่งข้อมูลจากหน่วยความจำของ CPU สำหรับงานที่ใช้ข้อมูลจำนวนมาก เช่น AI และ Data Science ประสิทธิภาพ PCIe ที่สูงขึ้นยังช่วยเร่งการถ่ายโอนข้อมูลผ่าน GPU Direct Memory Access (DMA) รองรับการส่งข้อมูลวิดีโอที่รวดเร็วยิ่งขึ้นผ่าน GPUDirect และเพิ่มประสิทธิภาพการรับส่งข้อมูลด้วย GPUDirect Storage

AI Management Processor

ย้ายภาระการจัดตารางการทำงานของ GPU Context จาก CPU ไปยัง GPU โดยตรง ช่วยลดคอขวดและค่าความหน่วง พร้อมปลดปล่อยทรัพยากรของ CPU ให้สามารถจัดการงานสำคัญอื่น ๆ เช่น การประมวลผลข้อมูลและการทำงาน I/O ได้ดียิ่งขึ้น เพิ่มการตอบสนองในเวิร์กโฟลว์ที่ซับซ้อน และช่วยให้ GPU ถูกใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพสำหรับงานสร้างสรรค์ วิศวกรรม และวิทยาศาสตร์ที่ต้องการพลังประมวลผลสูง นอกจากนี้ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานร่วมกันของ AI และกราฟิก เช่น AI Denoising และการจำลองฟิสิกส์แบบเรียลไทม์

Graphics Preemption

การหยุดและสลับงานในระดับพิกเซล (Pixel-Level Preemption) ช่วยให้ควบคุมงานได้ละเอียดมากขึ้น เพื่อรองรับงานที่มีความไวต่อเวลา เช่น การติดตามการเคลื่อนไหวในระบบ VR

Compute Preemption

การหยุดและสลับงานในระดับคำสั่ง (Instruction-Level Preemption) ช่วยให้ควบคุมงานประมวลผลได้อย่างละเอียดมากขึ้น ป้องกันไม่ให้แอปพลิเคชันที่ทำงานเป็นเวลานานผูกขาดทรัพยากรของระบบหรือเกิดปัญหาหมดเวลาในการทำงาน


คุณสมบัติด้านการแสดงผล

DisplayPort 2.1b - รองรับ 8K และสูงกว่านั้นด้วยอัตรารีเฟรชสูง

ด้วย DisplayPort 2.1b ผู้ใช้งานระดับมืออาชีพจะได้รับความคมชัดและประสิทธิภาพด้านภาพที่เหนือกว่า รองรับจอแสดงผลความละเอียดสูงสุด 8K ที่ 240Hz และ 16K ที่ 60Hz แบนด์วิดท์ที่เพิ่มขึ้นช่วยให้การใช้งานหลายจอภาพเป็นไปอย่างราบรื่น เหมาะสำหรับการทำงานหลายอย่างพร้อมกันและการทำงานร่วมกัน รองรับ HDR และความลึกของสีที่มากขึ้นเพื่อความแม่นยำของสีระดับสูง เหมาะสำหรับงานตัดต่อวิดีโอ ออกแบบ 3D และการถ่ายทอดสด รองรับจอ 4K สูงสุด 4 จอที่ 165Hz ต่อการ์ด หรือจอ 8K สูงสุด 2 จอที่ 100Hz พร้อม DSC ผ่าน DP หรือ HDMI โดยอัตราความเร็วลิงก์สูงสุดต้องใช้สายที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน DP80LL

NVIDIA RTX Desktop Manager

มอบการควบคุมประสบการณ์การใช้งานเดสก์ท็อปอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ทั้งในสภาพแวดล้อมแบบจอขนาดใหญ่เพียงจอเดียว หรือระบบหลายจอภาพ โดยเฉพาะในยุคของจอภาพขนาดใหญ่และจอกว้างในปัจจุบัน

NVIDIA RTX PRO Sync (1)

ซิงโครไนซ์การแสดงผลและสัญญาณภาพของจอภาพได้สูงสุด 32 จอ (2) จาก GPU จำนวน 8 ตัว (เชื่อมต่อผ่าน Sync Board จำนวน 2 แผง) ภายในระบบเดียว ช่วยลดจำนวนเครื่องที่ต้องใช้ในการสร้างระบบแสดงผลวิดีโอขั้นสูง หรือขยายการซิงโครไนซ์ไปยังจอภาพหลายร้อยจอในหลายระบบสำหรับการติดตั้งขนาดใหญ่ผ่าน Sync เมื่อใช้งานร่วมกับการ์ด RTX PRO Sync จะได้รับประโยชน์เพิ่มเติมจาก Variable Refresh Rate (สูงสุด 1000Hz) ซึ่งช่วยให้จอภาพที่ซิงโครไนซ์สามารถปรับอัตรารีเฟรชได้อย่างรวดเร็วในงานที่ต้องการค่าความหน่วงต่ำ

เทคโนโลยี NVIDIA Mosaic

ขยายเดสก์ท็อปและแอปพลิเคชันได้อย่างโปร่งใสผ่าน GPU สูงสุด 4 ตัวและจอภาพสูงสุด 16 จอจากเวิร์กสเตชันเครื่องเดียว โดยยังคงประสิทธิภาพและคุณภาพของภาพอย่างเต็มรูปแบบ รองรับความละเอียดสูงสุด 16K x 16K บน Windows และสูงสุด 32K x 32K บน Linux พร้อมใช้งานร่วมกับ RTX PRO Sync เพื่อซิงโครไนซ์จอภาพในรูปแบบดังกล่าวได้

Frame Lock Connector Latch

ขั้วต่อ Frame Lock ทุกจุดได้รับการออกแบบให้มีกลไกล็อกอัตโนมัติ เพื่อยึดสาย Frame Lock ให้แน่นหนา ช่วยเพิ่มความเสถียรของการเชื่อมต่อและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานสูงสุด

Professional 3D Stereo Synchronization

ควบคุมเอฟเฟกต์ภาพสามมิติแบบ Stereo ได้อย่างแม่นยำผ่านการเชื่อมต่อเฉพาะ ที่ช่วยซิงโครไนซ์อุปกรณ์ 3D Stereo เข้ากับการ์ดกราฟิก NVIDIA RTX PRO โดยตรง


การรองรับซอฟต์แวร์

NVIDIA App (3)

NVIDIA App มอบชุดเครื่องมือเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานสำหรับเวิร์กสเตชันเดสก์ท็อปของคุณ รวมถึงการบันทึกหน้าจอความละเอียดสูงสุด 8K การแจ้งเตือนอัตโนมัติเมื่อมีไดรเวอร์ NVIDIA RTX Enterprise เวอร์ชันใหม่ และการเข้าถึงฟีเจอร์สำหรับการเล่นเกม สามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชันได้จากเว็บไซต์ NVIDIA

ซอฟต์แวร์ที่ปรับแต่งเพื่อ AI โดยเฉพาะ

เฟรมเวิร์กด้าน Deep Learning เช่น Caffe2, MXNet, CNTK และ TensorFlow ช่วยลดเวลาในการฝึกโมเดลและเพิ่มประสิทธิภาพการฝึกแบบหลายโหนดได้อย่างมาก ไลบรารีที่เร่งความเร็วด้วย GPU เช่น cuDNN, cuBLAS และ TensorRT ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพทั้งงาน AI Inference และ High-Performance Computing (HPC) สามารถเริ่มต้นใช้งานได้ทันทีผ่าน NVIDIA AI Workbench เพื่อรันโปรเจกต์ตัวอย่างหรือสร้างสภาพแวดล้อมของตนเองได้ในไม่กี่คลิก พร้อมฟีเจอร์การทำงานร่วมกันสำหรับทีม และเมื่อพร้อมใช้งานจริง NVIDIA AI Enterprise ยังมีโมเดลที่ผ่านการฝึกมาแล้ว เครื่องมือ และการสนับสนุนระดับองค์กรสำหรับการติดตั้งทุกขนาด

แพลตฟอร์มการประมวลผลแบบขนาน NVIDIA CUDA

รองรับการทำงานของภาษาโปรแกรมมาตรฐาน เช่น C/C++ และ Fortran รวมถึง API อย่าง OpenCL, OpenACC และ Direct Compute เพื่อเร่งงานด้าน Ray Tracing การประมวลผลวิดีโอและภาพ รวมถึงการคำนวณพลศาสตร์ของไหล

NVIDIA GPUDirect for Video

GPUDirect for Video ช่วยเพิ่มความเร็วในการสื่อสารระหว่าง GPU และอุปกรณ์ Video I/O โดยลดการคัดลอกข้อมูลผ่านหน่วยความจำของระบบที่ไม่จำเป็น และลดภาระของ CPU

เครื่องมือบริหารจัดการระดับองค์กรของ NVIDIA

ช่วยเพิ่มระยะเวลาการทำงานของระบบให้สูงสุด บริหารจัดการการติดตั้งจำนวนมากได้อย่างราบรื่น และควบคุมการตั้งค่ากราฟิกและจอแสดงผลจากระยะไกลเพื่อการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพ


(1) เดิมใช้ชื่อ NVIDIA Quadro Sync II โดยเปลี่ยนชื่ออย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2025

(2) การรองรับต้องใช้ระบบ Linux และ NVIDIA RTX Enterprise Driver R387 หรือใหม่กว่า และต้องใช้ระบบที่ผ่านการรับรอง NVIDIA SLI สำหรับการใช้งาน GPU มากกว่า 4 ตัว

(3) NVIDIA App รวมการทำงานของ NVIDIA Control Panel และ NVIDIA RTX Experience ไว้ในแอปพลิเคชันเดียว

 


รูปภาพทั้งหมดมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นภาพประกอบเท่านั้น